บทที่ 6 คนที่ยังเรียก

“คุณราตรีครับ ได้ยินผมไหม”

เสียงจ่าเนศดังขึ้นในที่สุด

ราตรีกำกุญแจแน่น ลูกบิดห้องเก็บผ้ายังขยับ

“มีคนอยู่หลังร้าน เขาเรียกฉัน”

ภูเมืองรับโทรศัพท์จากลูกน้อง

“เดินออกหน้าบ้านก่อนครับ ไม่ต้องไปดู ผมอยู่ในสาย”

เธอถอยจนส้นเท้าชนเก้าอี้ ไม่ยอมหันหลังให้ประตู กระทั่งพ้นธรณีหน้าร้าน เสียงเรียกจึงหยุด

แม่ค้าผลไม้มองมาจากริมถนน

“พี่ เป็นอะไร”

ราตรีจับแขนอีกฝ่ายไว้แน่น

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ราตรีนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจบ้านกับจ่าเนศ ส่วนภูเมืองให้เธอเล่าตั้งแต่สายปริศนาโทรเข้า

“เขาบอกว่าพี่สุรีย์กลับมาเข้าเวรแล้ว แล้วเสียงในห้องก็เป็นสุรีย์จริง ๆ”

“เห็นตัวไหมครับ”

เธอส่ายหน้า

จ่าเนศกลับมารายงาน ห้องเก็บผ้ายังล็อก ต้องใช้กุญแจของราตรีเปิด ข้างในมีชั้นผ้า จักรเก่า และหน้าต่างติดเหล็กดัด ไม่พบคน ประตูหลังบ้านลงกลอนจากด้านใน

ภูเมืองให้ตรวจหาร่องรอยเพิ่มเติม

เขาไม่ได้บอกราตรีว่าเธอคิดไปเอง แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานว่ามีใครอยู่ในห้องนั้น

ราตรีขอไปให้ข้อมูลที่สถานีตำรวจ

เธอโทรให้น้องสาวมารับ ก่อนยกน้ำขึ้นจิบ ภูเมืองขอให้เล่าถึงมาลินีโดยยังไม่เปิดสมุดสุรีย์ให้ดู

“อยู่ห้องเจ็ดค่ะ นอนติดเตียง แต่พูดรู้เรื่อง มือขวายังใช้ได้”

“คุณทำหน้าที่อะไรครับ”

“เช็ดตัว เปลี่ยนผ้า ป้อนข้าว งานยาพี่สุรีย์ทำ”

“คืนที่มาลินีเสียชีวิต คุณเข้าเวรไหม”

“ค่ะ”

เธอวางแก้วลง

“หัวหน้าเวรให้เขียนว่าสี่ทุ่มตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติ”

“ได้เข้าไปตรวจไหมครับ”

“ไม่ได้เข้า”

ภูเมืองรอ

“หลังจากนั้นฉันเก็บผ้าอยู่ ได้ยินคุณมาลินีเรียกพี่สุรีย์ ประตูห้องแง้ม แต่ฉันมองไม่เห็นเตียง”

“ประมาณกี่โมง”

“รู้ว่าเลยสี่ทุ่ม เพราะเพิ่งคุยกับลูกเสร็จ แต่กี่นาทีจำไม่ได้ค่ะ”

“ได้ยินว่าอะไร”

ราตรีดึงแขนเสื้อคลุมมือ

“สุรีย์…เอาผ้าออกให้หน่อย”

เสียงเครื่องปรับอากาศดังอยู่เหนือโต๊ะ

“ฉันจะเข้าไป แต่หัวหน้าเวรออกมาบอกว่าจัดการแล้ว ให้เอาผ้าไปส่งซัก”

“เห็นสุรีย์ไหมครับ”

“ทีหลังค่ะ เขานั่งหน้าเคาน์เตอร์ ฉันถามว่าเรียบร้อยหรือยัง เขาพยักหน้า”

“ได้กลับไปดูมาลินีอีกไหม”

เธอส่ายหน้า

“จนเขามาเรียก บอกว่าเสียแล้ว”

เมื่อภูเมืองถามเรื่องผ้าห่ม ราตรีเงียบอยู่นาน

“ตอนฉันเข้าไป เขาคลุมถึงหน้าแล้วค่ะ”

เธอบอกชื่อคนที่จำได้ว่าอยู่ในห้อง พนักงานสอบสวนบันทึกตำแหน่งที่แต่ละคนยืนแยกไว้

“สุรีย์ถือถุงเสื้อผ้าอยู่ตรงประตู มือสั่นจนถุงตก ฉันช่วยเก็บ”

“เคยคุยกันเรื่องนี้อีกไหมครับ”

“เขาถามว่าได้ยินเหมือนกันใช่ไหม ฉันบอกว่าอย่าพูดเลย”

น้ำตาเธอหยดลงบนมือ

“ฉันกลัวตกงาน ลูกยังเรียนอยู่”

ภูเมืองเลื่อนกระดาษทิชชูให้

“ช่วงนี้สุรีย์ติดต่อมาไหม”

“สองวันก่อนค่ะ ถามว่ามีตารางเวรเก่าอยู่หรือเปล่า”

“มีไหมครับ”

“รูปในมือถือเครื่องเก่า ฉันถ่ายไว้เถียงเรื่องค่าเวร แต่ยังไม่ได้หาให้เขา”

จ่าเนศเงยหน้า

“เครื่องอยู่ที่ไหน”

“ลิ้นชักจักรค่ะ”

ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พาราตรีกลับไปนำโทรศัพท์มา ภูเมืองโทรหานวล

“พยานได้ยินเสียงหลังเวลาที่บันทึกไว้ แปลว่ารายงานผิดแน่ไหมครับ”

“ต้องดูก่อนค่ะว่าเอกสารลงเวลาอะไรไว้ แล้วตรวจคำให้การประกอบด้วย พรุ่งนี้ฉันช่วยอาจารย์ดูรายงานเดิมได้”

“ครับ”

เขาเงียบไปนิดหนึ่ง

“คืนนี้คงไปกินข้าวไม่ทัน”

“ฉันเผื่อไว้แล้วค่ะ”

“โกรธไหม”

“หิวนิดหน่อย”

ภูเมืองยิ้ม

“กินเลยนะครับ”

“คุณด้วย แล้วถ้าพิมพ์ข้อความไว้ อย่าลืมกดส่งอีกนะคะ”

เขามองถุงข้าวที่จ่าเนศถือเข้ามา

“ครับ มีคนคุมแล้ว”

มือถือเครื่องเก่าของราตรีเปิดได้หลังเสียบชาร์จ เธอปลดล็อกและเปิดรูปให้เจ้าหน้าที่ดู ก่อนยินยอมให้เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ตารางเวรมีรอยแก้ด้วยปากกา ชื่อสุรีย์ถูกขีดออกจากช่องห้องเจ็ดถึงเก้า ย้ายไปอยู่ห้องหนึ่งถึงสาม ชื่อที่เขียนแทนเป็นหัวหน้าเวรคนที่ราตรีกล่าวถึง

“แก้เมื่อไรครับ”

“ไม่รู้ค่ะ ตอนถ่ายก็เป็นแบบนี้แล้ว”

ข้อมูลภาพระบุว่าถ่ายหลังมาลินีตายสองวัน ภูเมืองให้เก็บไว้ตรวจประกอบกับต้นทาง

“มีอีกรูปค่ะ”

ภาพถัดมาเป็นเคาน์เตอร์พยาบาล ด้านหลังมีแผงไฟเรียกผู้ป่วย ช่องหมายเลขเจ็ดสว่างเป็นสีแดง

ถ่ายหลังมาลินีเสียชีวิตห้าวัน

“มีคนพักต่อแล้วหรือครับ”

“ยังค่ะ ปิดห้องรอญาติมารับของ”

“ไฟเสียหรือเปล่า”

“หัวหน้าบอกอย่างนั้น”

เธอมองแสงแดงในรูป

“แต่สุรีย์จะเดินไปปิดเสียงเองทุกครั้ง ไม่ยอมให้ฉันไป”

เกือบสามทุ่ม แนนโทรหาพิชญา

“พรุ่งนี้ฉันต้องไปสถานดูแล ลูกความให้ไปอยู่ด้วยตอนตำรวจขอเอกสาร”

“ภูเมืองไปเองไหม”

“ไม่รู้”

“ถ้าเจอ ฝากดูหน่อยว่าเขาไปกับใคร”

แนนวางปากกา

“ญา ฉันไปทำงาน”

“รู้แล้ว แค่นี้เอง”

หลังวางสาย แนนเลื่อนรายชื่อผู้ติดต่อไปหยุดตรงชื่อภูเมือง

เบอร์ยังอยู่ เธอไม่เคยลบ

เธอเกือบกด ก่อนปิดหน้าจอและวางคว่ำข้างแฟ้มสัญญา

น้องสาวราตรีมาถึงขณะจ่าเนศจัดเอกสาร

ก่อนกลับ ราตรีขอเข้าห้องน้ำ ฝากกระเป๋าไว้ แต่ถือโทรศัพท์เครื่องปัจจุบันไปด้วย

ภูเมืองได้ยินเสียงเก้าอี้ครูดจากทางเดิน

เธอยืนเกาะพนักเก้าอี้อยู่หน้าห้องน้ำ มืออีกข้างถือโทรศัพท์ห่างจากหู

“มีคนโทรมา”

หน้าจอเป็นหมายเลขเดิมที่โทรเข้าบ้าน

ภูเมืองขอให้เปิดลำโพง จ่าเนศเดินตามมาฟัง

มีเพียงเสียงหายใจอยู่ครู่หนึ่ง

“พี่ราตรี หนูไม่ได้กดกริ่ง”

ราตรีส่ายหน้า น้ำตาไหลโดยไม่มีเสียงสะอื้น

“คุณเป็นใครครับ” ภูเมืองถาม

เสียงเงียบไป

เขารอ

“ใครเป็นคนกดกริ่งครับ”

เสียงผู้หญิงกลับมา แผ่วจนทุกคนต้องหยุดขยับ

“คนที่เข็นเตียงหนูออกไป”

สายตัด

ราตรีทรุดนั่ง ภูเมืองประคองแขนเธอ ก่อนให้จ่าเนศตามน้องสาวมา

“จำเสียงได้ไหมครับ”

เธอจับข้อมือเขาแน่น

“จำได้ค่ะ”

“สุรีย์หรือ”

ราตรีส่ายหน้า

“คุณมาลินี”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป